“บุรีรัมย์มาราธอน 2023”เตรียมออกสตาร์ทยิ่งใหญ่ ปอดเหล็กกว่า 46 ชาติร่วมวิ่งคับคั่ง

งานวิ่งระดับโลก “บุรีรัมย์ มาราธอน 2023 พรีเซนเต็ดบาย เครื่องดื่มตราช้าง” สวรรค์ของนักวิ่ง ปีที่ 7 กระหึ่มอีกครั้ง 21 ม.ค.นี้ ปอดเหล็กจาก 46 ชาติร่วมชิงชัย 1,063 คน รวมนักวิ่งกว่า 27,000 คน ด้วยมาตรฐานระดับเหรียญทอง (Gold Label ) รายการแรกของไทย คงเสน่ห์ความอบอุ่น ประทับใจ เส้นทางวิ่งที่สวยงาม แสงสีเสียงเต็มระบบ กองทัพกองเชียร์ อลังการไปทั้งเมือง

ความเคลื่อนไหวของ การแข่งขัน “บุรีรัมย์ มาราธอน 2023 พรีเซนเต็ดบาย เครื่องดื่มตราช้าง” ปีที่ 7 ชิงเงินรางวัลสูงที่สุดในประเทศไทย มูลค่ารวมกว่า 6 ล้านบาท ในวันที่ 21 มกราคม 2566 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เป็นการแข่งขันในรูปแบบ Night Run (ไนท์ รัน) ภายใต้แนวคิด “สวรรค์ของนักวิ่ง” ที่สุดของงานวิ่งมาตรฐานโลกฝีมือคนไทย รับรองโดย สหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติ หรือ World Athletics Road Race

นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า สำหรับการแข่งขันวิ่ง “บุรีรัมย์ มาราธอน 2022” ที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จด้วยจำนวนนักวิ่งที่เข้าแข่งขันมากกว่า 2.6 หมื่นคน ประกอบด้วยนักวิ่งทั้งระดับทีมชาติและประชาชนทั่วไป ชาวไทยและ Expat (เอ็กซ์แพท) ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ร่วมกับ อาสาสมัครและเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกกว่า 5,345 คน ผู้ติดตามนักวิ่งและกองเชียร์ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ 45,867 คน โดยมูลค่าสื่อประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของไทยเผยแพร่ทั้งไทยและต่างประเทศ เป็นจำนวนเงิน 174,239,812.26 บาท และมีกระแสเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจจากการจัดการแข่งขัน 531,947,798.30 บาท

ส่วนในปีนี้ จำนวนนักวิ่งที่เข้าแข่งขันมีจำนวนทั้งหมด 27,135 คน แบ่งเป็น ผู้ชาย 59.89% ผู้หญิง 40.11% โดยมีนักวิ่งจากต่างชาติ นักวิ่งอีลิท และ expat ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย จำนวน 1,063 คน จาก 46 ประเทศทั่วโลก ทำให้ในตอนนี้ที่พักถูกจองเต็มทั้งในจังหวัดบุรีรัมย์และพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งเต็นท์บริการสำหรับนักวิ่ง ทั้งแบบพื้นที่เปล่า สำหรับนักวิ่งที่เอาเต้นท์มาเอง และการให้บริการเต้นท์ที่พักกว่า 1,000 คน

สำหรับการแข่งขันในปีที่ผ่านมาได้สร้างความประทับใจ จนถูกกล่าวถึงมากที่สุด เริ่มตั้งแต่จุดแข็งของเส้นทางวิ่งที่สวยงาม การปิดเมืองวิ่งด้วยแสงสีเสียงเต็มระบบ รวมทั้งที่เปิดให้วิ่งใน “ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต” สนามแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตที่ได้มาตรฐานระดับโลก รองรับการแข่งขันรายการใหญ่ๆ มาแล้วมากมาย โดยเฉพาะศึกรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” ที่แข่งขันมาแล้ว 3 ครั้งในสนามแห่งนี้ รวมถึงโอกาสที่นักวิ่งจะได้เยี่ยมชม “ช้าง อารีนา”สนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สวยงามและอลังการความจุของสนามกว่า 32,600 ที่นั่ง และเหนือสิ่งอื่นใดคือมาตรฐานของงานวิ่งและการต้อนรับอันอบอุ่นของกองทัพกองเชียร์ชาวจังหวัดบุรีรัมย์

โดยในปีนี้บุรีรัมย์มาราธอนได้รับความสนใจอย่างมากมายจากนักวิ่งจากทั่วโลก รวมทั้งหลังมีการเปิดประเทศ ทำให้นักวิ่งต่างชาติ สนใจเข้ามาร่วมวิ่งที่บุรีรัมย์กันอย่างมากถึง 43 ประเทศด้วยกัน ทางจังหวัดเองได้เตรียมการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ โดยชาวหมู่บ้านตำบลเสม็ด 19 หมู่บ้านได้ร่วมกัน สานนก พับปลา ดอกไม้ ตกแต่งบริเวณรอบสันเขื่อนอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มากให้สวยงาม ตลอดเส้นทางคงเสน่ห์แสงสีเสียงตระการตา มีการปรับมาตรการต่างๆในการดูแลนักวิ่งให้ครอบคลุมและรอบด้านที่สุดในมาตรฐานระดับเหรียญทองหรือ Gold Label ซึ่งทั้งกองเชียร์ เหล่าเจ้าหน้าที่แพทย์พยาบาล สาธารณสุข อาสาสมัคร ทีมงาน จำนวนรวมแล้วมากกว่า 5 หมื่นคนที่ร่วมแรงร่วมใจกันจัดงานต้อนรับนักท่องเที่ยวและนักวิ่งในครั้งนี้อย่างดีที่สุด

ทั้งนี้ในส่วนของเส้นทางวิ่ง มีการปิดการจราจร 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อความปลอดภัยของผู้ร่วมงานตั้งแต่ เวลา 16.00 ถึงเวลา 02.30 น. มีรถชัทเทิล เซอร์วิส บริการทั้งที่สนามบินบุรีรัมย์ ตั้งแต่ไฟล์ทแรกเวลา 08.15 น. ส่วนสถานีรถไฟ สถานีขนส่ง เริ่มบริการตั้งแต่ เวลา 06.00 น. และบริเวณบุรีรัมย์ คาสเซิ่ล ซึ่งเป็นเส้นทางบริการภายในงาน บริการตั้งแต่ เวลา 08.00-03.00 น.

นอกจากนี้ยังมีการจัดงานเอ็กซ์โป รวมร้านค้าสำหรับนักวิ่ง สินค้าสุขภาพ สินค้าพื้นเมือง มีความหลากหลาย ยกร้านค้าชื่อดังจากเมืองบุรีรัมย์มาทั้งหมด สตรีทฟู้ดที่มีชื่อเสียง รองรับทั้งนักวิ่ง ผู้ติดตาม นักท่องเที่ยวที่ไม่ได้ร่วมวิ่ง ก็สามารถเข้ามาเยี่ยมชมงานได้ รวมทั้งมีโซนสำหรับการวอร์มอัพ แอโรบิค การเตรียมความพร้อมก่อนวิ่ง ส่วนเรื่องอาหารสำหรับนักวิ่งจะเป็นอาหารปรุงสดทั้งหมด ซึ่งจะทำให้นักวิ่งจากทุกทิศได้ชม ชิม ช้อปของดีบุรีรัมย์ ครบในที่เดียว โดยชาวบุรีรัมย์ทุกคนร่วมใจ เพื่อให้ “บุรีรัมย์มาราธอน 2023” เป็นสวรรค์ของนักวิ่งและผู้มาเยือนทุกคนอย่างแท้จริง

ยิ่งใหญ่!! “บุรีรัมย์มาราธอน” ปี 7 สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ไนท์รันมาตรฐานโลก ตั้งเป้า Gold Label รายการแรกของไทย

“บุรีรัมย์ มาราธอน 2023 พรีเซนเต็ด บาย เครื่องดื่มตราช้าง” ประกาศศักดาไนท์รันอันดับหนึ่ง สานต่อความสำเร็จเป็นปีที่ 7 พร้อมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่อีกครั้ง ด้วยมาตรฐานระดับเหรียญทอง (Gold Label ) รายการแรกของไทย คงเสน่ห์ความอบอุ่น ประทับใจ เส้นทางวิ่งที่สวยงาม แสงสีเสียง กองทัพกองเชียร์ เต็มระบบ อลังการไปทั้งเมือง พร้อมรับนักวิ่งจากทั่วโลก ชิงชัย 21 ม.ค. ปีหน้า 

“บุรีรัมย์ มาราธอน 2023 พรีเซนเต็ดบาย เครื่องดื่มตราช้าง” สวรรค์ของนักวิ่ง ที่สุดของงานวิ่งมาตรฐานโลกฝีมือคนไทย  รับรองโดย สหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติ หรือ World Athletics Road Race จัดขึ้นเป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน ชิงเงินและของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 4 ล้านบาท โดยจะชิงชัยในวันที่ 21 มกราคม 2566 ในรูปแบบ Night Run ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ 

ล่าสุดได้มีการแถลงข่าวการแข่งขันขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ที่สโมสรราชพฤกษ์ กรุงเทพ โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นายธัชกร หัตถาธยากูล  ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์, นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต, พลตำรวจเอก สันต์ ศรุตานนท์ นายกสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมผู้สนับสนุนภาคเอกชน  นายสุรพล อุทินทุ ผู้บริหารสำนักประสานงานภายนอก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยเครื่องดื่มตราช้าง, ตัวแทนภาครัฐ เอกชน  ชมรมวิ่ง สื่อมวลชนและนักวิ่งเข้าร่วมงานคับคั่ง โดยภายในงานยังมีการมอบเงินรายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดงานมอบให้กับสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นจำนวน 1 ล้านบาทและมอบเงินรายได้จากการจำหน่ายบิบการกุศลบุรีรัมย์มาราธอน 2022 จำนวน 198,000 บาท แก่โรงพยาบาลบุรีรัมย์

นายพิพัฒน์  รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผลักดันการสร้างมาตรฐานใหม่ในการจัดการแข่งขันวิ่งรายการต่างๆมาอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของบุรีรัมย์มาราธอนจัดขึ้นเป็นปีที่ 7 กระทรวงฯ สนับสนุนให้ก้าวสู่ระดับมาตรฐานเหรียญทองของโลกหรือ Gold Label เป็นรายการแรกของประเทศไทย เพื่อให้เราได้ถูกบรรจุอยู่ในปฏิทินงานวิ่งระดับ World Majors ทัดเทียมกับรายการอื่นๆของโลก

“หลังจากที่เราเสียโอกาสจากสถานการณ์ของโควิด-19 ทำให้ทาง World Athletics หยุดมอบเหรียญนี้เป็นเวลากว่า 2 ปีที่ ซึ่งในความเป็นจริง ควรได้รับเหรียญทองตั้งแต่เมื่อ 2 ปี ที่แล้ว  ตลอดระยะเวลา 6 ปี ที่ผ่านมา บุรีรัมย์ มาราธอน ถือเป็นการแข่งขันที่ประสบความสำเร็จมาก มีนักวิ่งและผู้ติดตามจากทั่วโลกร่วมงานไม่ต่ำกว่า 200,000 คน นักวิ่งเก่าที่มาวิ่งซ้ำมากกว่า 20,000 คน หลังจากที่โควิด-19 ทั่วโลก ได้กลายเป็นโรคประจำถิ่น เชื่อว่า ในปี 2023 จะมีนักวิ่งอีลิทและนักวิ่ง จากทั่วโลกร่วมงานเพิ่มขึ้นอย่างมาก นำมาซึ่งเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้อย่างมหาศาล เป็นการนำกีฬามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว กระจายรายได้ เผยแพร่วัฒนธรรมความเป็นอยู่ วัฒนธรรมการกินผ่านอาหารที่มีชื่อของท้องถิ่นที่มีพร้อมเสิร์ฟให้กับนักวิ่งที่มาร่วมงาน”

ด้านนายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 6 ปี ที่ ชาวบุรีรัมย์ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน พวกเรารับรู้ ใส่ใจและรับฟังทุกเสียงสะท้อนทั้งด้านที่ดีและไม่ดี มาปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้ทุกท่านที่มาเยือนได้รับทั้งความสุข ความปลอดภัย ความประทับใจยิ่งๆขึ้น หลังบ้านของเรามีคณะทำงานทั้งหน่วยงานรัฐ-เอกชน สถานศึกษา ครูอาจารย์ นักเรียน นักศึกษา พ่อค้าแม่ขาย ทหาร ตำรวจ กู้ภัย อาสาสมัคร แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ที่มาคอยดูแลนักวิ่งตลอดทั้งเส้นทาง และสำคัญที่สุดคือกองเชียร์พี่น้องชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ที่เพิ่มขึ้นทุกๆปีชาวบ้านต่างช่วยกันกันประดับไฟอย่างสวยงามตามเอกลักษณ์ในพื้นที่ของตนเอง โดยทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันเป็นเจ้าภาพของงาน จึงเกิดกิจกรรมดีๆขึ้นมาได้  รวมทั้งเป็นโชคดีของจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพงานกีฬาระดับประเทศและระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ชาวบุรีรัมย์ในทุกภาคส่วนมีความพร้อมและประสบการณ์ที่จะต้อนรับและดูนักวิ่งทุกท่านอย่างเต็มกำลัง สำหรับงานวิ่งในครั้งนี้ขอให้มั่นใจได้เลยว่าท่านจะได้สัมผัสประสบการณ์งานวิ่งที่ดีที่สุดอีกครั้งอย่างแน่นอน”

นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กล่าวว่า สำหรับบุรีรัมย์มาราธอนในปีนี้ เป็นงานวิ่งบนมาตรฐานโลกระดับเหรียญทอง(Gold Label ) โดยตั้งเป้าหมายว่า จะเป็นมาราธอนที่ดีที่สุดของโลกในหลายด้าน ครบทั้ง 4 มิติ ไนท์รันที่มีทั้งแสง,สี,เสียง,รสสัมผัส การรวมของอาหารของดีบุรีรัมย์ที่พร้อมเสิร์ฟให้ผู้ร่วมงานได้ชิม ครบจบที่เดียว โดยมุ่งหวังให้เป็นงานวิ่งที่นักวิ่งมีความสุขที่สุด มีกองเชียร์มากที่สุดในโลกในอนาคต เป็นมาราธอนที่ไม่ใช่เพียงแค่“สวรรค์ของนักวิ่ง” แต่สามารถดึงดูด “นักท่องเที่ยว” ให้ไปร่วมเทศกาลวิ่ง ก้าวข้ามเป้าหมายการวิ่งเพื่อสุขภาพ แต่เป็นการสร้างรายได้ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ สร้างความสุขให้กับทุกคนที่ไปร่วมงาน

นายสุรพล อุทินทุ ผู้บริหารสำนักประสานงานภายนอก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยเครื่องดื่มตราช้าง ในฐานะไตเติ้ลสปอนเซอร์ กล่าวว่า เครื่องดื่มตราช้างฯ ยังคงมุ่งมั่น  ที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนวงการกีฬาในประเทศ ซึ่งไม่ได้มีแง่มุมการแข่งขันอย่างเดียว แต่ละปีบุรีรัมย์มาราธอนจะมีนักวิ่ง พร้อมผู้ติดตามกว่า 35,000 คน ช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกระจายรายได้ สู่ชุมชนอีกด้วย โดยในส่วนของเครื่องดื่มตราช้าง มีโครงการ “เก็บ-กลับ-รีไซเคิล” โดย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ รีไซเคิล จำกัด หรือ TBR ช่วยคัดแยกขวดน้ำดื่มในงาน นำกลับเข้าสู่กระบวนรีไซเคิลอย่างถูกวิธี โดยขวดทุกใบจะถูกนำไปแปรรูปเพี่อสร้างประโยชน์สูงสุด ซึ่งถือเป็นวิถีใหม่ของการจัดงานที่จะส่งเสริม การพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนควบคู่กันไปด้วย

สำหรับไฮไลต์ที่สำคัญของบุรีรัมย์มาราธอนอีกอย่างคือ เส้นทางวิ่งที่สวยงาม แปลกใหม่  ไม่เหมือนใคร ออกสตาร์ทจากสนามแข่งรถระดับโลก ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต โดยมี จุด Finish เข้าเส้นชัยที่ สนามฟุตบอลช้าง อารีนา โอกาสเดียวที่จะได้วิ่งชมบรรยากาศในสนามแข่งรถระดับโลก พร้อมชมสีสันกองเชียร์จากทุกภาค ความบันเทิงตลอดเส้นทาง, สัมผัสธรรมชาติ, อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก, ผ่านจุดแลนด์มาร์คที่สวยงามต่างๆ พระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 1, ศาลหลักเมือง, ชมบรรยากาศเมืองบุรีรัมย์ท่ามกลางแสงสีเสียงตระการตา กองเชียร์ที่คอยให้กำลังใจตลอดสองข้างทาง อาหารของดีบุรีรัมย์ รวมเมนูอร่อยจากร้านดังกว่า 160 ร้าน    

ทั้งนี้ “บุรีรัมย์ มาราธอน 2023 พรีเซ็นเต็ด บาย เครื่องดื่มตราช้าง” จัดแข่งขันในรูปแบบไนท์รัน   ในวันที่ 21 มกราคม 2566 เปิดรับสมัครแล้วอย่างเป็นทางการ โดยแบ่งการแข่งขันเป็น 4 ระยะวิ่งได้แก่ มาราธอน ระยะทาง 42.195 ก.ม.ปล่อยตัวเวลา 18.30 น. เข้าเส้นชัยภายใน 02.00 น. (7.30 ชั่วโมง), ฮาล์ฟ มาราธอน ระยะทาง   21.1 ก.ม. ปล่อยตัวเวลา 20.00 น. เข้าเส้นชัยภายใน 00.30 น. (4.30 ชั่วโมง), มินิมาราธอน ระยะทาง 10 ก.ม. ปล่อยตัวเวลา 21.00 น. เข้าเส้นชัยภายใน 23.45 น.  (2.45 ชั่วโมง) และ ฟันรัน  ระยะทาง  4.554 ก.ม. ปล่อยตัวเวลา 21.45 น. เข้าเส้นชัยภายในเวลา 23.30 น. (1.45 ชั่วโมง) นอกจากนี้ยังมีการงานจัดงานเอ็กซ์โป เวลา 10.00-20.00 น. เอาใจนักวิ่งสายช้อปจากทั่วโลกด้วยสินค้ากีฬาและสุขภาพ ผู้สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.burirammarathon.com และ www.facebook.com/bru.marathon

“บุรีรัมย์ มาราธอน 2022” บทพิสูจน์ใหม่ ความท้าทายบนเส้นทางสู่ไนท์รันระดับ GOLD LABEL

รมต.ท่องเที่ยว-ลุงเน การันตี วิ่ง “บุรีรัมย์ มาราธอน 2022” วันที่ 22 ม.ค.ปีหน้า เข้มมาตรการสาธารณสุข ต้นแบบอีเว้นต์ท่องเที่ยวและกีฬา บททดสอบให้คนทั่วโลกรู้ว่าสามารถท่องเที่ยวเมืองไทยอย่างปลอดภัย ผุดกองเชียร์ในน้ำครั้งแรกกลางห้วยจรเข้มาก พร้อมเสิร์ฟ “ลูกชิ้นยืนกิน” นับร้อยกระทะเอาใจนักวิ่ง จัดเซราะกราวแคมปิ้งแก้ปัญหาที่พัก ตั้งเป้าในปี 2023 ผลักดันให้เป็นมาราธอนระดับเหรียญทองรายการแรกของโลกในรูปแบบไนท์รัน

ความเคลื่อนไหวของการแข่งขันวิ่ง “บุรีรัมย์ มาราธอน 2022 พรีเซนเต็ดบาย เครื่องดื่มตราช้าง” มาราธอนงานแรกและงานเดียวของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติ หรือ WORLD ATHLETICS ROAD RACE ให้เป็นมาราธอนเหรียญเงินของโลก SILVER LABEL (ซิลเวอร์ เลเบิล) สวรรค์ของนักวิ่งที่ทุกคนรอคอย ในรูปแบบ Night Run (ไนท์ รัน) ที่จัดขึ้นเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน ในวันที่ 22 มกราคม 2565 ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1,650,000 บาท ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต และสนามช้าง อารีนา จ.บุรีรัมย์

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า
การจัดแข่งขันบุรีรัมย์มาราธอนในปีหน้า เปรียบเสมือนการเปิดประเทศของการจัดกีฬาเช่นกัน เนื่องจากเปิดให้นักวิ่งนานาชาติเข้ามาร่วมแข่งขันได้ ซึ่งเป็นเรื่องไม่ง่าย ทั้งนี้ด้วยมาตรการสาธารณสุขและประชาชนในพื้นที่ได้รับวัคซีน มากกว่า 80 เปอร์เซนต์ ทำให้จังหวัดบุรีรัมย์มีศักยภาพพร้อมรองรับการจัดการแข่งขัน ซึ่งการจัดงานระดับโลกเช่นนี้ เป็นความท้าทายของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นักวิ่ง และพี่น้องชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ที่จะผลักดันให้จัดงานลุล่วง ปลอดจากโควิด19 ซึ่งกระทรวงฯเข้าไปติดตามดูผลการจัดการแข่งขันและร่วมกิจกรรมอย่างใกล้ชิด ถือเป็นเป้าหมายแรกของประเทศไทย ที่จะมีการแข่งขันกีฬารายการใหญ่และจะเป็นต้นแบบในการจัดแข่งขันรายการอื่นๆ ในอนาคตต่อไป”

ด้าน นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เปิดเผยว่า สำหรับ
การจัดการแข่งขันบุรีรัมย์มาราธอน 2022 ในวันที่ 22 มกราคมปีหน้า จะเป็นงานที่ท้าทาย เป็นบททดสอบว่าคนไทยสามารถใช้ชีวิตปกติได้ และมีเป้าหมายที่จะสร้างความมั่นใจให้คนทั่วโลกว่า ไปที่ไหนในประเทศไทยก็ปลอดภัยจากโควิด-19 ด้วยมาตรการทางสาธารณสุขของประเทศไทยเข้มแข็งเพียงพอ ทั้งนี้ “บุรีรัมย์มาราธอน” จัดการแข่งขันวิ่งไนท์ รัน เป็นปีที่ 2 ของบุรีรัมย์และของประเทศไทย ตั้งเป้าจะเป็นการวิ่งในระดับ Gold Label (โกลด์ เลเบิล) ในปี 2023 เหมือนกับบอสตัน,นิวยอร์ก,โตเกียว, ลอนดอน โดยจะเป็น โกลด์ มาราธอนแรกของโลกในรูปแบบไนท์ รัน

สำหรับการจัด “บุรีรัมย์มาราธอน 2022” คำนึงถึงความปลอดภัยทางด้านสาธารณสุขเป็นสำคัญ ซึ่งจนถึงวันแข่งขัน คาดว่าประชาชนในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์จะได้รับวัคซีน 90% ทั้งนี้ การจัดอีเว้นท์ใหญ่ที่ มีพื้นที่ความยาวกว่า 42.5 กิโลเมตร มีนักวิ่งเกือบ 30,000 คน ตลอดเส้นทางวิ่งมีผู้คนที่เกี่ยวข้อง กองเชียร์ 4-5 หมื่นคน มีผู้คนทั้งงานร่วมแสนคน เพื่อความปลอดภัยจะเน้นเรื่องมาตราการทางสาธารณสุข นักวิ่งที่เข้าแข่งขันต้องฉีดวัคซีนครบโดสและต้องตรวจ ATK ก่อนวิ่ง รวมทั้งมีการสุ่มตรวจ ATK กับพี่น้องประชาชนในชุมชน เพื่อความปลอดภัยของนักวิ่งและผู้ร่วมงานทุกคน

“บุรีรัมย์มาราธอน 2022” จะเป็นบุรีรัมย์ที่นักวิ่งทุกคนมีความสุข ปีนี้มีอากาศที่เย็นสบาย และเรายังสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ๆ ให้เป็นที่จดจำ เป็นไนท์ รันที่เต็มไปด้วย วิถีชีวิตแบบคนบุรีรัมย์ นักวิ่งจะได้พบกับกองเชียร์ที่มากกว่าทุกปี รวมทั้งกองเชียร์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน โดยเป็นครั้งแรกที่มีกองเชียร์ในน้ำกลางอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก เรียกว่ากองเชียร์จัดเต็มทั้งบนบกและในน้ำ มีความพร้อมทุกด้านทั้งเส้นทางวิ่ง ไฟฟ้า แสงสว่าง น้ำดื่มสำหรับนักวิ่ง อุปกรณ์การแพทย์สนับสนุนตลอดเส้นทาง เป็นไนท์ รันที่สร้างความประทับใจให้กับทุกคน เมื่อเข้าเส้นชัย หลังรับเหรียญรางวัล จะมีของดีบุรีรัมย์สตรีทฟู้ดไว้รองรับ มีลูกชิ้นยืนกินที่นักร้องดังอย่าง ลิซ่า แบล็คพิงค์ โหยหา จัดเตรียมหลายร้อยกระทะ เพื่อรองรับนักวิ่งทุกคน”

“ส่วนเรื่องปัญหาที่พักที่ไม่เพียงพอ เราได้เตรียม “เซาะกราวแคมป์ปิ้ง” เป็นที่พักในอินดอร์ บริเวณองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ รับได้ 2,000 คน และจากจุดนี้จะมีรถชัตเติลบัส วิ่งรับส่งเข้ามาที่สนามแข่งตลอด 24 ชั่วโมง เราพยายามแก้ไขจุดอ่อน และตรงไหนที่เป็นจุดแข็ง เราจะต้องต่อเติมให้ดีมากขึ้นไปอีก”

“ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา คนไทยเราเผชิญกับ การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์ มีส่วนสำคัญทำให้คนไทยปลอดภัย บุคลากรทางการแพทย์ที่สมัครวิ่ง ถ้าชำระเงินไปแล้ว ในวันวิ่งสามารถเอาบัตรมาแสดงตนเพื่อไปรับค่าสมัครคืนได้ 50% ที่สนามแข่งขัน ส่วนบุคลากรทางการแพทย์ที่ยังไม่ได้สมัครวิ่ง ก็จะเสียค่าสมัครเพียง 50% ของทุกระยะ”

“ในปีหน้า อีกการแข่งขันระดับโลกที่ทางบุรีรัมย์จะเป็นเจ้าภาพ ก็คือการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบระดับโลก “โมโตจีพี” ซึ่งเราจะต้องเตรียมตัวรับการเป็นเจ้าภาพในเดือนตุลาคมปี 2022 อีกรายการสำคัญที่จะเป็นการจัดการแข่งขันกีฬาที่มีเป้าหมายเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก และคนไทยทั้งประเทศ เพราะฉะนั้น วิ่ง “บุรีรัมย์ มาราธอน 2022” จะเป็นบททดสอบและบทพิสูจน์ให้เห็นว่า “บุรีรัมย์” มีความพร้อม สามารถจัดการแข่งขันให้เป็นไปตามมาตรฐานของมาราธอนโลกได้ และพร้อมที่จะเป็นผู้เปิดกุญแจให้คนทั้งโลกเห็นว่า ประเทศไทยปลอดภัยเพียงพอที่จะกลับมาท่องเที่ยว และใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย”

ทั้งนี้ “บุรีรัมย์ มาราธอน 2022 พรีเซ็นเต็ดบายเครื่องดื่มตราช้าง” เปิดรับสมัครแล้วอย่างเป็นทางการ การแข่งขันจะจัดในรูปแบบไนท์รัน นักวิ่งทุกคนจะต้องได้รับวัคซีนครบโดสก่อนการแข่งขัน และตรวจ Antigen Test Kit ก่อนเข้าร่วมการแข่งขัน โดยแบ่งการแข่งขันเป็น 4 ระยะวิ่งได้แก่ มาราธอน ระยะทาง 42.195 ก.ม.ปล่อยตัวเวลา 18.30 น. เข้าเส้นชัยภายใน 02.00 น., ฮาล์ฟ มาราธอน ระยะทาง 21.1 ก.ม. ปล่อยตัวเวลา 20.00 น. เข้าเส้นชัยภายใน 00.30 น., มินิมาราธอน ระยะทาง 10 ก.ม. ปล่อยตัวเวลา 21.00 น. เข้าเส้นชัยภายใน 23.45 น. และ ฟันรัน ระยะทาง 4.554 ก.ม. ปล่อยตัวเวลา 21.45 น. เข้าเส้นชัยภายในเวลา 23.30 น. โดยวันแข่งขันวิ่ง จะจัดวันเดียวจบ ครบทุกระยะ ในวันที่ 22 มกราคม 2565 นอกจากนี้ยังมีการงานจัดงานเอ็กซ์โป เวลา 10.00-20.00 น. ขนทัพสินค้ากีฬาและสุขภาพเอาใจนักวิ่งปอดเหล็กจากทั่วโลก ผู้สนใจยังสามารถสมัครเข้าแข่งขันได้ที่ www.burirammarathon.com หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.facebook.com/bru.marathon

อลังการ!! บุรีรัมย์ มาราธอน 2022 ประกาศศักดาไนท์รัน เบอร์หนึ่งของไทย ปักหมุด 22 ม.ค.ปีหน้า

กระหึ่มอีกครั้ง “บุรีรัมย์ มาราธอน 2022 พรีเซ็นเต็ด บาย เครื่องดื่มตราช้าง” มาราธอนมาตรฐานโลกระดับ SILVER LABEL สวรรค์ของนักวิ่งที่ทุกคนรอคอย ในรูปแบบ Night Run บนมาตรการสาธารณสุขเข้มข้น พร้อมต้อนรับการเปิดประเทศ เตรียมรับนักวิ่งทั้งไทย-เทศอย่างอบอุ่นจากกองเชียร์แน่นๆตลอดเส้นทาง เวทีการแสดงศิลปวัฒนธรรม 4 ภาค เพิ่มจุดประดับแสงสีสุดตระการตา จัดเต็มวันเดียวจบ ครบทุกระยะ 22 มกราคม 2565

ที่ศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา จัดแถลงข่าวการจัดการแข่งขันอย่างยิ่งใหญ่ โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์, นายแพทย์พิเชษฐ พืดขุนทด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์, นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิตและ พลตำรวจเอก สันต์ ศรุตานนท์ นายกสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมผู้สนับสนุนภาคเอกชน นายสุรพล อุทินทุ ผู้บริหารสำนักประสานงานภายนอก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยเครื่องดื่มตราช้างและตัวแทนภาครัฐ เอกชน ชมรมวิ่ง นักวิ่งเข้าร่วมงานมากมาย

ทั้งนี้ “บุรีรัมย์ มาราธอน 2022 พรีเซนเต็ดบาย เครื่องดื่มตราช้าง” มาราธอนงานแรก และงานเดียวของประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติ หรือ WORLD ATHLETICS ROAD RACE ให้เป็นมาราธอนเหรียญเงินของโลก SILVER LABEL จัดขึ้นเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน โดยจะชิงชัยในวันที่ 22 มกราคม 2565 ในรูปแบบ Night Run ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า บุรีรัมย์ มาราธอน ถือว่าเป็นงานวิ่งมาราธอนที่อยู่ในระดับสูงที่สุดของมาตรฐานการจัดงานวิ่งในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองจาก World Athletic จากความสำเร็จของการจัดแข่งขันเมื่อต้นปีที่ผ่านมาถือเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าสามารถสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจให้กับจังหวัดบุรีรัมย์และพื้นที่ใกล้เคียงมากกว่า 359 ล้านบาท ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างมีนัยยะสำคัญ จึงเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งที่จะเป็นกิจกรรมต้นแบบที่ใช้เพื่อประชาสัมพันธ์การเปิดประเทศให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ ที่มีความสนใจในกีฬาวิ่งกับไลฟ์สไตล์ในการท่องเที่ยวเชิงกีฬาอันสอดคล้องกับแนวนโยบาย Sport Tourism Destination ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งปัจจุบันบุรีรัมย์ได้กลายเป็นหนึ่ง ในจุดหมายที่นักวิ่งส่วนใหญ่ให้ความสนใจและถือเป็นงานใหญ่ประจำปีที่พลาดไม่ได้

ด้านนายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ชาวบุรีรัมย์รู้สึกยินดีและภูมิใจ เป็นอย่างยิ่งที่จะได้เปิดบ้านต้อนรับนักวิ่งทุกท่านให้มาร่วมสัมผัสกับงานวิ่งที่ดีที่สุดในประเทศอีกครั้ง โดยเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนเข้ามาช่วยดูแล ทั้งทางสาธารณสุข, ทหาร, ตำรวจ, เจ้าหน้าที่ปกครอง, กู้ภัย ซึ่งจะดูแลด้านความปลอดภัยและสุขภาพให้กับนักวิ่งตลอดที่พำนักอยู่ในจังหวัดบุรีรัมย์ และมีน้องๆ อาสาสมัคร นักเรียน นักศึกษาจำนวนมากที่มาคอยดูแลนักวิ่งตลอดทั้งเส้นทาง ปีนี้เราได้เพิ่มจุดกองเชียร์พร้อมการประดับไฟอย่างสวยงามในพื้นที่สำคัญๆ มากยิ่งขึ้นเพื่อจัดเต็มความสุข ความสนุกมากกว่าเดิม และสำคัญที่สุดคือกองเชียร์พี่น้องประชาชนในจังหวัดบุรีรัมย์ที่ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญที่ทำให้งานวิ่งบุรีรัมย์ มาราธอน ไม่เหมือนงานวิ่งที่ใดในโลก

นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กล่าวว่า การจัดงานในปีนี้ทางฝ่ายจัดฯ เต็มร้อยในทุกรายละเอียดบนมาตรฐานการจัดงานในระดับ Gold Label สอดรับการเปิดประเทศ ด้วยการเป็นต้นแบบงานกีฬาบนมาตรฐานสากล พร้อมความปลอดภัยด้านสาธารณสุขเต็มรูปแบบ

“ที่ผ่านมา เราไม่เคยหยุดในการพัฒนา นำปัญหาและข้อเสนอแนะจากนักวิ่งเมื่อต้นปีมาปรับปรุง บุรีรัมย์ มาราธอน 2022 ที่กำลังจะเกิดขึ้น ได้นำอุปสรรคการจัดงานในปีที่แล้ว ทั้งเรื่องความร้อนในตอนกลางคืนของเดือนมีนาคม จึงย้ายมาเป็นมกราคม อากาศที่ดีขึ้น ด้านไฟตกแต่งที่เป็นปัญหากับนักวิ่ง เช่น แสงเลเซอร์ หรือรถแห่ที่เสียงดังมากๆ เอาออกหมด เตรียมประดับตกแต่งไฟอย่างยิ่งใหญ่ เพิ่มจุดกองเชียร์ จัดเต็มแสง สี เสียง ไฟประดับมากกว่าเดิม ส่วนด้านสุขภาพเรามีมาตรการให้นักวิ่งทุกคน ต้องรับวัคซีนครบโดสก่อนการแข่งขันจึงจะสามารถเข้าร่วมงานได้ นักวิ่งทุกคนต้องทำการตรวจ Antigen Test Kit ก่อนเข้าร่วมแข่งขัน รวมทั้งเปิดให้บริการเซราะกราวแคมป์ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องที่พักแพงและที่พักเต็ม สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ผู้เป็นฮีโร่ชุดขาว รับส่วนลด 50 % ทั้งนี้หากได้ทำการสมัครแล้วสามารถรับเงินคืนได้”

นายสุรพล อุทินทุ ผู้บริหารสำนักประสานงานภายนอก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยเครื่องดื่มตราช้าง ในฐานะไตเติ้ลสปอนเซอร์ กล่าวว่า เรายังคงมุ่งมั่นเช่นเดิมที่จะขอเป็นส่วนหนึ่ง ในการสนับสนุนวงการกีฬาในประเทศ โดยที่ผ่านมาการจัดงานประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม ภายใต้มาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 และในครั้งนี้มีมาตรการเรื่องการฉีดวัคซีนเข้ามาเพิ่มด้วย ทำให้มั่นใจได้ว่าการจัดงานในปีนี้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ส่วนเรื่องของจุดเด่น ในการเป็น NIGHT RUN ยังคงเป็นที่กล่าวถึงมากที่สุด ถึงความสวยงาม อลังการ ทุ่มสุดตัวแบบที่ไม่มีงานวิ่งที่ไหนทำได้ ผมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า นักวิ่งทุกท่านจะได้รับความประทับใจกลับไปอีกครั้งอย่างแน่นอน

ส่วนเส้นทางวิ่ง จะออกสตาร์ทปล่อยตัวจากสนามแข่งรถระดับโลก Chang International Circuit โดยมี จุด Finish เข้าเส้นชัยที่ สนามฟุตบอลช้าง อารีน่า โอกาสเดียวที่จะได้วิ่งชมบรรยากาศในสนามแข่งรถระดับโลก พร้อมชมสีสันกองเชียร์จากทุกภาคที่ขนความบันเทิงแบบจัดเต็มมาแสดงตลอดเส้นทาง สัมผัสธรรมชาติ ทุ่งหญ้า ท้องนา วิถีชีวิตของชาวบุรีรัมย์, อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก, ชมวิวสันเขื่อน, อ่างเก็บน้ำห้วยตลาด ผ่านจุดแลนด์มาร์คที่สวยงามต่างๆ พระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 1 ชมบรรยากาศเมืองบุรีรัมย์ กองเชียร์ ที่คอยให้กำลังใจตลอดทางเข้าสู่เส้นชัยที่ สนามฟุตบอลช้างอารีน่า

ทั้งนี้ “บุรีรัมย์ มาราธอน 2022 พรีเซ็นเต็ดบายเครื่องดื่มตราช้าง” เปิดรับสมัครแล้วอย่างเป็นทางการ การแข่งขันจะจัดในรูปแบบไนท์รัน นักวิ่งทุกคนจะต้องได้รับวัคซีนครบโดสก่อนการแข่งขัน และตรวจ Antigen Test Kit ก่อนเข้าร่วมการแข่งขัน โดยแบ่งการแข่งขันเป็น 4 ระยะวิ่งได้แก่ มาราธอน ระยะทาง 42.195 ก.ม.ปล่อยตัวเวลา 18.30 น. เข้าเส้นชัยภายใน 02.00 น., ฮาล์ฟ มาราธอน ระยะทาง 21.1 ก.ม. ปล่อยตัวเวลา 20.00 น. เข้าเส้นชัยภายใน 00.30 น., มินิมาราธอน ระยะทาง ม10 ก.ม. ปล่อยตัวเวลา 21.00 น. เข้าเส้นชัยภายใน 23.45 น. และ ฟันรัน ระยะทาง 4.554 ก.ม. ปล่อยตัวเวลา 21.45 น. เข้าเส้นชัยภายในเวลา 23.30 น. โดยวันแข่งขันวิ่ง จะจัดวันเดียวจบ ครบทุกระยะ ในวันที่ 22 มกราคม 2565 นอกจากนี้ยังมีการงานจัดงานเอ็กซ์โป เวลา 10.00-20.00 น. ขนทัพสินค้ากีฬาและสุขภาพเอาใจนักวิ่งปอดเหล็กจากทั่วโลก ผู้สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.burirammarathon.com และ www.facebook.com/bru.marathon

เริ่มต้นวิ่งใหม่ อุปกรณ์ไม่แพงอย่างที่คิด ?

สำหรับการเริ่มต้นวิ่งใหม่ๆ หลายๆ ท่านอาจจะกังวลว่าจำเป็นต้องมีอุปกรณ์อะไรบ้าง รุ่นไหน แบบไหนดี ราคาจะแพงไหม ?  

โดยส่วนตัวยังเชื่อว่า “วิ่ง” เป็นกีฬาที่มีค่าใช้จ่ายถูกที่สุดอยู่เหมือนเดิม อยู่ที่การเลือกสรรตามความสมของแต่ละคน นอกจากนี้การวิ่งยังเป็นกีฬาที่สามารถหาเวลาสถานที่ออกกำลังกายได้ง่าย คนเดียวก็สามารถทำได้ แค่มีรองเท้าที่เราใส่สบายๆ ซัก 1 คู่ กับอุปกรณ์ที่สามารถจับเวลาได้ ก็เพียงพอแล้วที่จะเริ่มต้นสู่การออกกำลังกายด้วยการวิ่ง   

แต่หากท่านได้มีกำลังทรัพย์ที่เพียงพอก็สามารถอัพเกรดอุปกรณ์ต่างๆ ให้ดีขึ้นดูสวย ดูหล่อ ดู Cool ขึ้นก็สามารถทำได้ เพราะในตลาดตอนนี้มีอุปกรณ์การวิ่งให้เราได้เลือกใช้มากมาย และราคาที่หลากหลายตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักหมื่น ทั้งรองเท้า นาฬิกาที่อุปกรณ์สำคัญ รวมไปถึงเสื้อผ้า และ Accessories  ต่างๆ ซึ่งเราสามารถเลือกได้ตามความชอบ และความเหมาะสม

มาที่อุปกรณ์สำคัญสำหรับการวิ่งอย่างรองเท้า เราควรเลือกรองเท้าที่สวมใส่สบายเหมาะสมกับเท้าของเรา เท่านี้ก็เพียงพอที่จะวิ่งอย่างสนุกแล้ว แต่หากหลายๆท่าน ไม่รู้จะเริ่มต้นเลือกแบบไหนลองเข้าไปซื้อรองเท้าได้ที่ร้านขายอุปกรณ์กีฬาๆ ต่างๆ ได้เลย หรือจะเข้าไปเลือกที่ Asics Shop ก็ได้นะครับเพราะมีรองเท้าให้เลือกมากมายตามฟังชั่นการใช้งานรูปแบบต่างๆ รวมถึงยังมีเสื้อผ้าและ Accessories ต่างให้เราได้เลือกสรรค์ และที่สำคัญเราสามารถขอคำแนะนำจากพนักงานที่ความรู้เรื่องอุปกรณ์เหล่านี้ได้

และอุปกรณ์สำคัญที่ขาดไม่ได้ก็ต้องเป็นนาฬิกาจับเวลา หากเริ่มต้นใหม่ๆ แค่เรามีนาฬิกาข้อมือหรืออุปกรณ์ที่จับเวลาได้ก็เพียงพอแล้ว เพื่อกำหนดระยะเวลาในการออกกำลังกายให้เหมาะสมในแต่ละวัน แต่หากท่านใดอยากดูลายละเอียดการวิ่งของเราให้มากขึ้น ก็สามารถใช้นาฬิกา GPS เพื่อดูระยะทาง ดูเวลาของกิจกรรมที่เราทำได้ นอกจากนี้ยังสามารถดู Heart rate และข้อมูลต่างๆ ที่สามารถนำมาวิเคราะห์และเป็นฐานข้อมูลเพื่อพัฒนาการวิ่งของเราให้ดียิ่งขึ้นได้ ตัวอย่างเช่น นาฬิกา Garmin ที่มีหลากหลายรุ่นหลายฟังชั่นและหลายราคา ที่ให้เราได้เลือกใช้เก็บข้อมูลการออกกำลังใจต่างๆ และที่สำคัญเราสามารถเลือกรุ่นที่เหมาะสมกับเราได้อีกด้วย

เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าจะถูกจะแพงเราแค่เพียงเลือกให้เหมาะสม และที่สำคัญแค่เราได้ออกไปทำตามเป้าหมาย สนุกและมีความสุขกับการวิ่งของเราแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว   

“อย่าลืมมาสนุกกับงานวิ่ง Buriram Marathon 2021 นะครับ”

โยธิน ยาประจันทร์

นักวิ่งระยะกลางทีมชาติไทย

หยุดวิ่งไปนานกลับมาวิ่งใหม่ไม่รู้จะเริ่มยังไง ?

เมื่อต้องเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง : ในตอนที่เราซ้อมวิ่งเป็นประจำนั้นร่างกายเราจะสร้างสิ่งที่เรียกว่า Muscle memory ทำให้ร่างกายของจดจำจังหวะเคลื่อนไหวในขณะที่เราวิ่ง แน่นอนหากเราหยุดวิ่งไป สิ่งนี้ก็จะค่อยๆ ห่างหายไปจากความทรงจำของกล้ามเนื้อ ถ้าเราหยุดวิ่งไม่นานมากการฟื้นฟูก็ใช้เวลาไม่นานมาก แต่ถ้าหากหยุดวิ่งไปนานก็จำเป็นต้องค่อยๆ เริ่มใหม่เบาๆ อีกครั้ง  

“TRICK” เล็กๆ เมื่อกลับเริ่มซ้อมวิ่งใหม่อีกครั้ง สำหรับคนที่หยุดไปไม่นานมากหรือไม่เกิน 2 สัปดาห์ ให้กลับมาซ้อมวิ่งประมาณ 60-70%  ของระยะทางสะสมเดิมโดยเน้นไปที่การวิ่ง Easy Run หรือวิ่งสบายๆ เพื่อหาจังหวะการวิ่งเก่าๆ ฟื้นฟูความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และสร้าง Muscle memory ควรลด Section การฝึกซ้อมความเร็วหรือ Speed Work ลงด้วย เพื่อไม่ให้เกิดความเมื่อยล้าหรือใช้งานกล้ามเนื้อมากเกินไปจนเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บ  

สำหรับคนที่หยุดไปนานเป็นเดือนให้กลับมาซ้อมวิ่ง 40-60% ของระยะทางสะสมเดิม โดยการวิ่งๆ สบายๆ และควรงด Section speed work ก่อนในสัปดาห์แรกๆ  เมื่อรู้สึกว่าร่างกายเริ่มแข็งแรงขึ้นแล้วค่อยๆ เพิ่ม Speed work เข้าไปในในโปรแกรม 

อย่าลืมนะครับว่าเราไม่ควรเร่งรีบเกินไป จนทำให้เกิดอาการบาดเจ็บ ค่อยๆวิ่งให้สนุก เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงอย่างยั่งยืน

“กลับมาใหม่ต้องวิ่งให้สนุกกว่าเก่าและแข็งแรงกว่าเดิม”

“โยธิน ยาประจันทร์” 

นักวิ่งระยะกลางทีมชาติไทย

“บุรีรัมย์ มาราธอน 2021” จัดใหญ่ 23-24 ม.ค.ปีหน้า พร้อมดันสู่เมเจอร์โลก

การแข่งขันวิ่งระดับโลก “บุรีรัมย์ มาราธอน 2021 พรีเซนเต็ด บาย เครื่องดื่มตราช้าง” ปีที่ 5 งานวิ่งเวิล์ดคลาสวิถีใหม่ จัดยิ่งใหญ่ตามมาตรฐาน World Event ระดับเหรียญทอง ตั้งเป้าเป็นต้นแบบการจัดงานเป็นอีเวนต์ใหญ่ในภาวะที่ต้องป้องกันโควิด -19 สร้างความเชื่อมั่นในการเปิดประเทศ จัดกีฬา การท่องเที่ยว ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมปูทางสู่งานวิ่งมาราธอนเมเจอร์ระดับโลกต่อไป  

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีแถลงข่าวการจัดการแข่งขัน “บุรีรัมย์ มาราธอน ประจำปี 2564” ภายใต้แนวคิด “YOUR ULTIMATE DESTINATION-สวรรค์ของนักวิ่ง” ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 5 ติดต่อกันโดยจะชิงชัยในวันที่ 23-24 ม.ค.2564 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ร่วมด้วย พลตำรวจเอก สันต์ ศรุตานนท์ นายกสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์, นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์, นายสุรพล อุทินทุ ผู้บริหารสำนักประสานงานภายนอก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดย เครื่องดื่มตราช้าง, นายเนวิน ชิดชอบ ประธาน สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต, ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมด้วย ที่ศูนย์การค้า เดอะสตรีท ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2563 

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า “บุรีรัมย์ มาราธอน นับเป็นรายการวิ่งที่ดีที่สุดรายการหนึ่งของเมืองไทย และเป็นความภาคภูมิใจที่ประเทศของเราสามารถยกระดับการจัดงานจากระดับเหรียญทองแดง (Bronze Label) ขยับขึ้นมาเป็นเหรียญเงิน (Silver Label) ได้สำเร็จ โดย World Athletics องค์การกำกับคุณภาพของการวิ่งของโลก ได้มอบ Silver Label Road Races ระยะ Full Marathon รายการแรกและรายการเดียวของประเทศไทยให้กับบุรีรัมย์ มาราธอน ใช้เวลาเพียง 3 ปีเท่านั้นในการพัฒนามาตรฐานสู่ระดับโลก เป้าหมายต่อไปคือ ระดับเหรียญทอง (Gold Label) และการผลักดันให้กลายเป็น 1 ใน เมเจอร์มาราธอน แบรนด์ระดับแถวหน้าของโลก ปีที่ผ่านมามีนักวิ่งทั้งไทยและเทศร่วมมากกว่า 30,120 คน ซึ่งการเดินทางมาพร้อมกับผู้ติดตาม ทำให้ประเทศได้รับประโยชน์สูงสุด มีรายได้หมุนเวียนในจังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดใกล้เคียงอย่างมหาศาล”

นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า “เสน่ห์ของงานวิ่งบุรีรัมย์ มาราธอน คือ งานมาราธอนนี้มีจุดเด่นหลายด้าน มีเสียงเชียร์ตลอดเส้นทาง ตั้งแต่ออกสตาร์ท คอยให้กำลังใจนักวิ่งจนถึงคนสุดท้ายเข้าเส้นชัย แม้ในสถานการณ์ที่ยังคงมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 การจัดการแข่งขันเป็นไปด้วยความระมัดระวัง และปลอดภัย ตั้งแต่สนามบินถึงสนามแข่งขัน เพื่อให้นักวิ่งได้สุขสบาย และมีกำลังใจในการวิ่งเต็มที่ ส่วนเรื่องโรงแรมที่พักที่มีการขึ้นราคาเป็นปัญหาอยู่ ได้ตั้งคณะทำงาน และได้ออกหนังสือขอความร่วมมือผู้ประกอบการ จัดตั้งศูนย์ร้องเรียนหากพบราคา สินค้า-บริการ ไม่เป็นธรรม สามารถโทรร้องเรียนได้ที่สำนักงานปลัดจังหวัด ที่ทำการจังหวัด หรือร้องเรียนในเพจศูนย์รับเรื่องร้องเรียนโรงแรมที่พักบุรีรัมย์ได้ทันที ยืนยันว่าหากเกิดขึ้นพร้อมที่จะดำเนินคดีลงโทษอย่างแน่นอน

นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กล่าวว่า “ปีนี้เรายังคงรักษามาตรฐานการจัดงาน เพื่อปูทางสู่มาตรฐานระดับเหรียญทอง Gold Label เช่นเดิม แต่ด้วยสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ทำให้แผนปีนี้เกิดอุปสรรค คือ ตัวแปรเรื่องการเดินทางเข้าประเทศของนักวิ่งระดับ Elite ใน Rank ระดับโลกไม่สามารถเดินทางเข้ามาได้ อย่างไรก็ตาม เรายังคงตั้งเป้าจัดวิ่งตามมาตรฐานเหรียญทอง หากในช่วงนั้นมาตรการภาครัฐอำนวย เรามีเป้าในการนำนักวิ่ง Elite ที่ผ่านมาตการกักตัว 14 วัน มาเข้าร่วมชิงชัย เพื่อเป้าหมายที่จะทำให้บุรีรัมย์ มาราธอน เป็นหนึ่งในสนามแข่งขันมาราธอนที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และติดหนึ่งในมาราธอนที่คนทั่วโลกอยากเดินทางมาร่วมมากที่สุด”

“การจัดการแข่งขันปีนี้ถือว่า เป็นอีเวนต์ใหญ่ที่มีความท้าทายมาก เพราะจะเป็นการเดิมพันเรื่องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทยในการเปิดประเทศ และจัดกีฬา รวมทั้งการท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งครั้งนี้จะถือเป็นกุญแจสำคัญที่เป็นต้นแบบแสดงให้เห็นถึงการจัดอีเวนต์ใหญ่ๆ ที่มีการควบคุมการระบาดได้”

นายเนวิน กล่าวต่อว่า การแข่งขันปีนี้ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการ โดยข้อแรกจะปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่าง มีจุดคัดกรองตรวจโรค และสอดคล้องไปกับมาตรการป้องกันไวรัสโควิด-19 ของศบค. ข้อสองในเรื่องจำนวนนักวิ่ง เราจะแยกวันวิ่งออกเป็น 2 วัน คือ ย้ายระยะมินิมาราธอน มาเป็นวันเสาร์ และวันอาทิตย์เหลือเพียงระยะ ฮาล์ฟมาราธอน และมาราธอน เพื่อลดความแออัด ส่วนการออกสตาร์ทจะปล่อยตัวแบบฟันปลา และปล่อยตัวทีละบล็อก ซึ่งจะมีผลกระทบปล่อยตัวฮาล์ฟ มาราธอน ช้าไป 20 นาที แต่เราก็แก้ไขด้วยการสร้างอุโมงค์น้ำ เพื่อช่วยแก้เรื่องอากาศร้อน

นายเนวิน กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับความพร้อมตอนนี้เราพร้อมเต็มร้อยแล้ว ยืนยันว่าเราจะจัดงานตามมาตรฐานระดับเหรียญทองแม้ในช่วงปีนี้ทาง World Athletics จะไม่มีการยกระดับมาราธอนรายการใด ทำให้เราพลาดสู่ระดับเหรียญทองได้ภายใน 3 ปี แต่เรายืนยันว่าในปี 2565 บุรีรัมย์ มาราธอน จะก้าวไปสู่ระดับเหรียญทองให้ได้

ภายในงานแถลงข่าวคณะผู้จัดงาน โดย นายกนกศักดิ์ ปิ่นแสง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บุรีรัมย์ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จำกัด มอบเงินรายได้จากกิจกรรมปีที่ผ่านมา รวมทั้งเปิดให้มีการจำหน่าย bib การกุศล รายได้จำนวน 522,000 บาท มอบให้กับโรงพยาบาลบุรีรัมย์ และยังได้การมอบเงินสนับสนุนสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ จำนวน 1,000,000 บาท โดยมี พลตำรวจเอก สันต์ ศรุตานนท์ นายกสมาคมฯ เป็นผู้รับมอบ

การจัดงานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากผู้สนับสนุนมากมายนำโดย เครื่องดื่มตราช้าง โดย  บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), Blue Card (บลูการ์ด) และ Cafe Amazon (คาเฟ่ อเมซอน) ผลิตภัณฑ์ในเครือของโออาร์, รถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้า, รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า, บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด, บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด, บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ผลิตภัณฑ์อะมิโนไวทัล, น้ำมันพืชกุ๊ก, บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จํากัด (มหาชน), โชโกบุสึ ฟอร์เมน, บริษัทไซโก (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท แพลนบี มีเดีย จำกัด (มหาชน), นาฬิกาการ์มิน, สเปรย์สมุนไพรโปรฟรีซ รวมทั้งชมรม สมาคมนักวิ่งต่างๆ

“บุรีรัมย์มาราธอน 2021 พรีเซนเต็ดบาย เครื่องดื่มตราช้าง” ปีที่ 5 จัดในรูปแบบ New Normal แบ่งการแข่งขันเป็น 2 วัน ในวันที่  23 มกราคม 2564 จัดการแข่งขันในระยะฟันรัน (5 กม.) และมินิมาราธอน (10 กม.) และวันที่  24 มกราคม 2564 ฮาล์ฟมาราธอน (21.1 กม.) และมาราธอน (42.195 กม.) เพื่อเป็นการกระจายนักวิ่งออกไป โดย มาราธอน และฮาล์ฟมาราธอน นั้น จะออกสตาร์ทจากสนามแข่งรถ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิตในช่วงเช้า วิ่งไปตามแลนด์มาร์คที่สำคัญ เป็นจุดท่องเที่ยวต่างๆ เข้าเส้นชัยที่สนามฟุตบอล ช้าง อารีน่า จ.บุรีรัมย์ ส่วน มินิมาราธอน  และฟันรัน จะสตาร์ทในช่วงเย็น ชมบรรยากาศในสนามแข่งรถระดับโลก สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ อย่างเต็มอิ่ม” ติดตามได้ที่ www.burirammarathon.com และ www.facebook.com/bru.marathon

วิ่งกับ…บุรีรัมย์มาราธอนได้อะไรกว่าที่คิด

วิ่งกับ…บุรีรัมย์มาราธอนได้อะไรกว่าที่คิด
สัมผัสวิถีเซราะกราวสุดฟิน !

ถึงแม้ว่าบุรีรัมย์ มาราธอน จะจัดการแข่งขันมา 3 ปีแล้ว และเส้นทางการวิ่งเต็มไปด้วยสถานที่สำคัญมากมาย แต่เพื่อการยกระดับให้เป็นมาราธอนที่มัดใจนักวิ่งให้ได้นานที่สุด จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนเส้นทางและเพิ่มกลิ่นอายต่างๆ ให้น่าสนใจอยู่เสมอ

ยิ่งปีนี้เป็นปีแรกที่บุรีรัมย์ มาราธอน ได้การรับรองให้เป็น Thailand’s First Bronze Label in FULL MARATHON จึงต้องเพิ่มความน่าสนใจกันมากขึ้น

จุดสตาร์ทและเส้นชัย

เริ่มปล่อยตัวจากสนาม ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ก่อนออกสู่ภายนอกสนาม เข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 226 กลับตัวจุดแรกที่แยกภัทรบพิตร และเข้าสู่ถนนในชุมชนบ้านปรุบุมะค่า เพื่อสัมผัสธรรมชาติ ทุ่งหญ้า ท้องนา วิถีชีวิตยามเช้าของชาวบุรีรัมย์ วิ่งต่อไปสู่ถนนเลียบอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก ก่อนกลับตัวจุดที่สองบนสันเขื่อน

จากนั้นมุ่งหน้าสู่ทางหลวงแผ่นดิน 2445 เข้าสู่ตัวเมืองบุรีรัมย์ วิ่งผ่านไดโนเสาร์ตัวใหญ่ ชุมชน บ้านเรือน สถานที่สำคัญต่างๆ วิ่งมาจนผ่านแยกภัทรบพิตรจนถึงพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 1 แล้ววิ่งชมบรรยากาศเมืองบุรีรัมย์ พบกับกองเชียร์กลุ่มใหญ่ ที่คอยให้กำลังใจตลอดทาง ผ่านศาลหลักเมือง รวมถึงวัดอารามหลวง ก่อนกลับสู่เส้นชัย โดยใช้เส้นทางหลวงแผ่นดิน 2445 และเข้าสู่เส้นชัย ที่ช้าง อารีนา รวมระยะทาง 42.195 กิโลเมตร

ถือเป็นครั้งแรกที่นักวิ่งจะได้สัมผัสสนามฟุตบอลและสนามมอเตอร์สปอร์ตในบุรีรัมย์ มาราธอน เมื่อวิ่งเข้าเส้นชัยแล้วสามารถนำอาหารและเครื่องดื่มไปอิ่มหนำฟื้นฟูสภาพร่างกายบนอัฒจันทร์ของช้าง อารีนา ได้ด้วย

**แลนด์มาร์กสำคัญตลอดเส้นทาง**

ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต

สนามแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตที่ได้มาตรฐานระดับโลก รองรับการแข่งขันรายการใหญ่ๆ มาแล้วมากมาย โดยเฉพาะศึกรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” ที่แข่งขันมาแล้ว 2 ครั้งในสนามแห่งนี้ ซึ่งไม่ค่อยจะมีมาราธอนรายการไหนที่จะเปิดโอกาสให้นักวิ่งได้ประทับรอยเท้าลงบนสนามแข่งรถระดับโลก แต่บุรีรัมย์ มาราธอน ยื่นความน่าประทับใจให้คุณเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันแล้ว
อ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก
อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ เป็นทะเลสาบน้ำจืด สร้างขึ้นเพื่อการชลประทานและการประปา บริเวณนี้มีนกมาอาศัยอยู่จำนวนมาก ทั้งนกอพยพและนกประจำถิ่น รวมกว่า 170 ชนิด นับเป็นแลนด์มาร์กสุดชิลล์ของชาวบุรีรัมย์ที่ได้รับความนิยมมากทีเดียว ขณะที่วิ่งผ่านนอกจากบรรยากาศสวยๆ ลมเย็นๆ ริมทางยังมีนกให้มองเพลินๆ กันด้วย

ศูนย์อนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำและนกกระเรียนพันธุ์ไทย
เป็นบริเวณเดียวกับอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก จุดนี้มีความน่าสนใจตรงที่เป็นสถานที่ตั้งของโครงการเพาะพันธุ์นกกระเรียน ที่เปิดมาได้กว่า 1 ปี และประสบความสำเร็จอย่างมากในการอนุรักษ์และแพร่พันธุ์นกกระเรียนใน จ.บุรีรัมย์ ปัจจุบันพบมีลูกนกกระเรียนพันธุ์ไทย เกิดในธรรมชาติมากกว่า 10 ตัว หลังเคยสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติกว่า 50 ปี

เขากระโดง
เป็นปากปล่องภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวบุรีรัมย์ รวมทั้งยังสามารถศึกษาประวัติศาสตร์ทางธรณีวิทยาของพื้นที่นี้ได้อีกด้วย เพราะยังมีร่องรอยของปากปล่องภูเขาไฟให้เห็น นอกจากเขากระโดงแล้ว ที่นี่ยังเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง และมีพระสุภัทรบพิตร พระพุทธรูปองค์ใหญ่ คู่บ้านคู่เมืองบุรีรัมย์ ประดิษฐานอยู่ด้วย

พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
สร้างในปี พ.ศ. 2539 เพื่อเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 1 ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ผู้ทรงก่อตั้งเมืองบุรีรัมย์ เมื่อครั้งยังทรงเป็นสมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึก พระบรมราชานุสาวรีย์มีขนาดเท่าครึ่งของพระองค์จริง เป็นศูนย์รวมจิตใจที่แสดงออกถึงความยึดมั่นในความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และมหาจักรีบรมราชวงศ์

วัดกลางพระอารามหลวง
วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองบุรีรัมย์มาตั้งแต่อดีต มีสระน้ำโบราณอายุ 3,000 ปี เป็นร่องรอยอารยะธรรมขอม มาสร้างเป็นวัดในสมัยอยุธยา ทางราชการได้มีประกาศยกวัดกลางบุรีรัมย์เป็นพระอารามหลวงแห่งแรกของบุรีรัมย์เมื่อปี พ.ศ.2533

ช้าง อารีนา
สนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เจ้าของแชมป์ฟุตบอลในประเทศมากมาย ความจุของสนามเต็มพิกัดที่ 32,600 ที่นั่ง ไม่ใช่แค่แข่งขันฟุตบอลเท่านั้น แต่ยังเคยใช้ในการจัดคอนเสิร์ต กิจกรรมเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ วันสงกรานต์กันมาหลายปีแล้ว

นอกเหนือจากแลนดมาร์กต่างๆ ที่เอ่ยมาแล้ว ตลอดเส้นทางของบุรีรัมย์ มาราธอน ยังมีอะไรอีกหลายอย่างให้นักวิ่งได้สัมผัส ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศบ้านเมือง รอยยิ้มจากคนท้องถิ่น การผสมผสานระหว่างร่องรอยอารยธรรมและความทันสมัยที่ลงตัว ซึ่งจะช่วยให้ลืมเหนื่อยได้บ้างไม่มากก็น้อย

แล้วมาเจอกันที่บุรีรัมย์ วันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ 2563