“แรงบันดาลใจ” สิ่งสำคัญของทั้งนักวิ่งและกองเชียร์

“แรงบันดาลใจ” สิ่งสำคัญของทั้งนักวิ่งและกองเชียร์
ในการวิ่งระยะไกล นอกจากร่างกายที่พร้อม รองเท้าที่ดี การจัดการที่ยอดเยี่ยมแล้ว อีกปัจจัยที่สำคัญ คือ กำลังใจไม่ว่าจากสองข้างทางหรือแรงบันดาลใจในสนาม

มีทฤษฎีการวิ่งที่น่าสนใจว่า ถ้าเราให้กำลังใจคนอื่น จะช่วยให้เราเป็นนักวิ่งที่ดีกว่าเดิมได้

ในช่วงที่กำลังวิ่งอยู่ ถ้ามีกองเชียร์คอยโบกไม้โบกมือให้ ลองยกมือโบกกลับทักทาย หรือแปะมือกับผู้คนข้างทาง จะสร้างกำลังใจที่ดีให้กับตัวนักวิ่งเอง ผลพลอยได้อีกอย่างอาจจะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ชมในวันนั้น กลายมาเป็นนักวิ่งในอนาคตได้

นักจิตวิทยาอธิบายไว้ว่า การที่เราเห็นใครคนหนึ่งทำอะไรที่ยากๆ ได้ แล้วมีความเชื่อมั่นว่าเราเองก็สามารถทำมันได้ เรียกว่า “การรับรู้ความสามารถของตัวเองจากสังเกตุประสบการณ์ของคนอื่น” (self-efficacy by vicarious experiences)

ดร.ซินดร้า คัมฟอฟฟ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยากีฬา ของมหาวิทยาลัยมินเนโซตา เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดี ที่ใช้ความสำเร็จของคนอื่นมาสร้างพลังให้กับตัวเอง

ดร.คัมฟอฟฟ์เป็นนักวิ่งอยู่แล้ว วันหนึ่งเธอได้ดูการแข่งขันคัดเลือกตัวนักวิ่งมาราธอนทีมชาติสหรัฐอเมริกา ถึงแม้รู้ดีว่าตัวเองคงไม่สามารถก้าวไปถึงจุดนั้น

“ฉันไม่เคยคิดว่าจะเป็นนักวิ่งในโอลิมปิก แต่ความเร็วในการวิ่งของฉันก็เท่าๆ กับนักวิ่งแถวหลังในวันนั้น ฉันก็เลยจินตนาการไปว่า ฉันกำลังวิ่งอยู่ตรงนั้น มันเป็นแรงกระตุ้นที่ดีมากๆ ทีเดียว”

ถึงวันนั้น ดร.คัมฟอฟฟ์จะไม่ได้ลงแข่งขันเอง แต่แรงบันดาลใจที่ได้เห็นการคับเขี้ยวกันของนักวิ่งที่มีฝันจะเป็นตัวแทนของประเทศ ทำให้เธอพัฒนาตัวเองไปคว้าแชมป์โอฮามา มาราธอน ในปี 2012 มันเป็นตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่า ผู้ชมก็สามารถกลายมาเป็นแชมป์มาราธอนได้ ถ้าเอาความสำเร็จของคนอื่นมาช่วยผลักดันตัวเองอย่างจริงจัง

ประโยชน์ของการเป็นกองเชียร์ต่อการวิ่งในอนาคตมีหลายอย่าง

1.ทำให้เครียดน้อยลง
แพทย์ด้านเวชศาสตร์กายจิตได้ผลการวิจัยว่า การให้กำลังใจคนอื่นอยู่เสมอจะส่งผลให้คนๆ นั้นมีความเครียดน้อยกว่าคนที่ได้รับกำลังใจเสียอีก ส่วน The Journal of Strength and Conditioning Research ได้ผลการวิจัยว่า ความเครียดจะส่งผลต่อศักยภาพของนักกีฬาโดยตรง มีตัวอย่างนักเรียนที่นักกีฬา จะมีโอกาสได้รับบาดเจ็บมากขึ้นเป็นเท่าตัว ถ้าช่วงซ้อมหรือแข่งตรงกับช่วงที่เรียนหนัก

2.ได้เห็นนักวิ่งทุกประเภท
กองเชียร์จะได้เห็นนักวิ่งในทุกรูปแบบ ทั้งนักวิ่งล่ารางวัล นักวิ่งแนวหน้า ซึ่งนักวิ่งในสนามไม่มีทางที่จะได้เห็นแบบนั้น เพราะแนวหน้าจะไม่คิดถึงอะไร นอกจากชัยชนะ ส่วนแถวหลังก็ไม่ได้เห็นว่าแนวหน้าวิ่งกันอย่างไร
ดร.คัมฟอฟฟ์บอกว่า กองเชียร์จะสามารถบอกตัวเองได้ว่าอยากวิ่งแบบไหน เหมือนใคร แล้วเอาแรงบันดาลใจเหล่านั้นไปพัฒนาตัวเองได้อย่างชัดเจนมากขึ้น

3.เตรียมตัวได้ดีกว่าที่เคย
หลังจากที่ได้เห็นคนอื่นวิ่งมาแล้ว ประสบการณ์ที่พบเจอมาจากการให้กำลังใจคนอื่นอยู่ข้างสนาม จะช่วยให้นักวิ่งที่เป็นกองเชียร์มาก่อน สามารถรับมือกับเส้นทางนั้นๆ ได้ดีขึ้น
ดร.คัมฟอฟฟ์ยกตัวอย่างว่า ในงานวิ่งบอสตัน มาราธอน มีช่วงที่ต้องวิ่งขึ้นเนิน “ฮาร์ทเบรกฮิลล์” อันเลื่องชื่อ นับเป็นอุปสรรคที่หลายคนต้องหมดแรงไปกับเส้นทางนี้เยอะมาก กองเชียร์ตรงฮาร์ทเบรกฮิลล์ ได้เห็นนักวิ่งล่าแชมป์ นักวิ่งคนพิการบนวีลแชร์ หรือนักวิ่งเพซระดับเดียวกันกับตัวเอง ในการไต่ความชันขึ้นไป เมื่อถึงเวลาที่กองเชียร์มาวิ่งในอนาคต เขาจะรู้ว่าควรเตรียมตัวอย่างไรในการมาเจอกับเส้นทางตรงนี้

นี่คืออีกความมหัศจรรย์ของการวิ่งอย่างแท้จริง

#BuriramMarathonThailandFirstBronzeLabel #BuriramBronzeLabel
#BuriramMarathon2020 #YourUltimateDestination #Marathon #Marathon2020 #Buriram #Run #Sport #RunProgram #BRIC #ChangInternationalCircuit #BuriramMarathon #BRM #BRM2020

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

↑ Back To Top ↑