พฤศจิกายน 7, 2016

สถานที่ท่องเที่ยว

  • เมืองปราสาทหิน ถิ่นภูเขาไฟ ผ้าไหมสวย รวยวัฒนธรรม

    บุรีรัมย์ เมืองแห่งความรื่นรมย์ตามความหมายของชื่อเมืองที่น่าอยู่สำหรับคนในท้องถิ่นและเป็นเมืองที่น่ามาเยือนสำหรับคนต่างถิ่น เป็นเมืองแห่งปราสาทหิน ดินแดนแห่งอารยธรรมขอมโบราณ ตั้งอยู่ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ห่างจากกรุงเทพฯโดยทางรถยนต์ประมาณ 380 กิโลเมตร

    ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีเกี่ยวกับการอยู่อาศัยของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์สมัยทวารวดี และที่สำคัญที่สุด คือ ปราสาทขอมน้อยใหญ่กว่า 60 แห่งซึ่งพบกระจายอยู่ทั่วไปอันแสดงถึงความรุ่งเรืองของบุรีรัมย์มาแต่ครั้งอดีตกาลรวมทั้งได้พบแหล่งโบราณคดีที่สำคัญ คือ เตาเผาภาชนะดินเผาสมัยขอมกำหนดอายุได้ประมาณพุทธศตวรรษที่ 15-18

    หลังจากสมัยของวัฒนธรรมขอมหรือเขมรโบราณแล้วหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของบุรีรัมย์เริ่มมีขึ้นอีกครั้งตอนปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาโดยเป็นเมืองขึ้นของนครราชสีมา และปรากฏชื่อต่อมาในสมัยกรุงธนบุรีถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ โดยบุรีรัมย์มีฐานะเป็นเมืองๆ หนึ่ง จนถึง พ.ศ. 2476 ได้มีการจัดระเบียบราชการบริหารส่วนภูมิภาคใหม่จึงได้เปลี่ยนเป็นจังหวัดบุรีรัมย์มาจนถึงปัจจุบันนี้

    ปัจจุบัน การมีสนามแข่งขันกีฬาฟุตบอลและสนามแข่งรถยนต์ที่มีชื่อเสียงและได้มาตรฐานเป็นหนึ่งในจุดแข็งของจังหวัดบุรีรัมย์ และเป็นปัจจัยสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจระดับท้องถิ่นโดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวและกีฬา

  • ช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต เป็นสนามแข่งรถมาตรฐานสมาพันธ์รถยนต์นานาชาติ (FIA) ในประเทศไทย ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตกของสนามไอ-โมบาย สเตเดียม สนามช้าง ฯ ได้รับการรับรองจากสมาพันธ์รถยนต์นานาชาติ ว่าเป็นสนามแข่งรถระดับมาตรฐาน เอฟไอเอ เกรด 1 (FIA Grade 1) ซึ่งเป็นระดับสนามที่อนุญาตให้ใช้จัดการแข่งขันรถสูตรหนึ่ง (ฟอร์มูลาวัน) ได้ และได้รับการรับรองจากสมาพันธ์จักรยานยนต์นานาชาติ (FIM) ว่าเป็นสนามแข่งรถระดับมาตรฐาน เอฟไอเอ็ม เกรด เอ (FIM Grade A) ซึ่งเป็นระดับสนามที่อนุญาตให้ใช้จัดการแข่งขันโมโตจีพีได้

    Meta Slider - HTML Overlay - pic-slide_2

  • ไอ-โมบาย สเตเดียม (i-mobile Stadium) เป็นสนามกีฬาที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นสนามฟุตบอลที่ได้มาตรฐานแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีลู่วิ่งคั่นสนาม ผ่านมาตรฐานระดับเอคลาสสเตเดียมจากเอเอฟซี และผ่านมาตรฐานระดับเวิล์ดคลาสจากฟีฟ่า นอกจากนี้ยังได้บันทึกลงกินเนสบุ๊คว่าเป็นสนามฟุตบอลในระดับฟีฟ่าแห่งเดียวในโลกที่ใช้เวลาก่อสร้างน้อยที่สุดในโลกคือ 265 วัน มีที่นั่งจำนวน 32,600 ที่นั่ง

    Meta Slider - HTML Overlay - pic-slide_7

  • บุรีรัมย์ คาสเซิล คือคอมมิวนิตี้มอลแห่งใหม่ของจังหวัดบุรีรัมย์ ที่รวมความต้องการให้กับทุกคนไว้ในที่นี่ที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นชาวบุรีรัมย์ หรือเพื่อนพี่น้องจากจังหวัดใกล้เคียง นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ และผสานโลก 2 ยุค ได้อย่างลงตัวที่สุด ความงดงามของอารยธรรมขอมในอดีต ผสานเป็นหนึ่งเดียวกับโลกไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ด้วย มาตรฐานที่เป็นสากล

    Meta Slider - HTML Overlay - buriram-castle-finish-line

  • ปราสาทบนยอดภูเขาไฟที่สวยงามที่สุด กับปรากฏการณ์มหัศจรรย์ของแสงตะวันสาดส่องลอด 15 ช่องประตู  สร้างด้วยศิลาแลงและหินทรายสีชมพูอย่างยิ่งใหญ่อลังการ ศาสนสถานแต่ละส่วนประดับและแกะสลักลวดลายเป็นรูปเทพเจ้าและเรื่องราวทางศาสนาวิจิตรงามตา
  • วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ และศึกษาประวัติศาสตร์ ธรณีวิทยาและชีววิทยา เพราะเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟที่ยังคงปรากฏร่องรอยปากปล่องให้เห็นได้ชัดเจน มีโบราณสถานกู่เขากระโดง เป็นที่ประดิษฐานรองพระพุทธบาทจำลอง  และมี”พระสุภัทรบพิตร” พระพุทธรูปองค์ใหญ่คู่เมือง อยู่บนยอดเขา  และยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าเต็งรัง เนื้อที่ประมาณ 6 พันไร่ รวมทั้งพันธุ์ไม้พื้นเมืองที่หาชมได้ยาก เช่น ผลของต้นโยนีปีศาจ ที่มักพบในบริเวณเขตภูเขาไฟ  การขึ้นไปยังเขากระโดงสามารถทำได้สองวิธี คือ เดินขึ้นบันได  หรือ ขับรถขึ้นไปถึงยอดเขา ระหว่างทางจะพบพระพุทธรูปปางต่าง ๆ เรียงรายอยู่เป็นระยะ

    Meta Slider - HTML Overlay - 02_%e0%b9%80%e0%b8%99e%e0%b9%80%e0%b8%98%c2%82%e0%b9%80%e0%b8%98%e0%b8%92%e0%b9%80%e0%b8%98%c2%81%e0%b9%80%e0%b8%98%e0%b8%83%e0%b9%80%e0%b8%98%e0%b8%90%e0%b9%80%e0%b8%99%c2%82%e0%b9%80%e0%b8%98

อื่น ๆ

ศาลพระหลักเมือง

ศาลหลักเมือง ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่เคารพสักการะบูชาและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ของชาวบุรีรัมย์ และจังหวัดใกล้เคียง  แต่เดิมเป็นเพียงศาลที่มีขนาดเล็กๆ แต่พอเริ่มชำรุดทรุดโทรม ทางกลุ่มข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนชาว จึงเห็นควรให้สร้างศาลหลักเมืองขึ้นมาใหม่ ในปี พ.ศ. 2548 โดยให้ทางกรมศิลปากรช่วยทำการออกแบบ ในรูปแบบศิลปะขอมโบราณที่เลียนแบบมาจากปราสาทหินพนมรุ้ง เพื่อเป็นการบ่งบอกเอกลักษณ์และตัวตนของคนชาวบุรีรัมย์ ได้อย่างชัดเจน และที่สำคัญเป็นการรักษาวัฒนธรรมอันดีงามไว้ในคนรุ่นหลังได้สืบทอดกันต่อไป

สวนศิวะ 12

สวน “สวนศิวะ12” เป็นสวนที่ตกแต่งไปด้วยพันธุ์ไม้ต่างๆ และเป็นที่ตั้งของมหาศิวลึงค์ ทำจากหินทราย สูงกว่า 9 เมตร ซึ่งใหญ่ที่สุดในโลก รายรอบด้วยแผ่นศิลาหินทราย “กามาสูตร” ซึ่งเปรียบดั่งจุดกำเนิดแห่งจักรวาล พร้อมเส้นทางวิ่งออกกำลังกายโดยรอบ ออกแบบไว้เพื่อให้ ชาวบุรีรัมย์ และนักท่องเที่ยวมาชื่นชมความสวยงาม และพักผ่อนหย่อนใจ

วัดป่าเขาน้อย

เลื่อมใสเพื่อให้เป็นสำนักปฏิบัติธรรมที่มีความสะดวกแก่ประชาชนทั่วไป เนื่องจากเป็นวัดเก่าที่อยู่ใกล้ตัวเมืองสะดวกแก่การเดินทาง แต่มีสภาพเป็นป่าเขาเหมาะแก่การเจริญวิปัสสนากรรมฐาน เพื่อให้เป็นศูนย์รวมศรัทธาแก่คณะศิษย์และประชาชน ในการปฏิบัติคุณงามความดี ตลอดจนการปฏิบัติจิตภาวนา ดังคำของหลวงปู่ซึ่งเคยปรารภไว้ในช่วงก่อนที่ท่านจะลาสังขารว่า “วัดป่าเขาน้อยนี้หวังจะให้เป็นสำนักปฏิบัติธรรม ให้ช่วยกันรักษาเอาไว้เน้อ ถ้าผมตายผมไม่ได้เอาไปด้วยดอก ที่สร้างก็เพื่อประโยชน์ส่วนรวมและเพื่อลูกหลานผู้อยู่ข้างหลังนั่นเอง”

วัดกลางพระอารามหลวง

วัดกลางพระอารามหลวง เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองมาแต่โบราณ มีประวัติเล่าว่าสมัยกรุงธนบุรี เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก นำทัพไปปราบเจ้าเมืองนางรอง ซึ่งเป็นกบฏ และได้หยุดพักทัพที่บริเวณนี้ ซึ่งมีสระน้ำขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ปัจจุบันเชื่อกันว่าเป็นสระน้ำศักดิ์สิทธิ์อยู่ในวัดกลาง และทางราชการได้มีประกาศยกวัดกลางเป็นพระอารามหลวง แห่งแรกของเมื่อปี พ.ศ. 2533

วงเวียนอนุสาวรีย์รัชการที่ 1

พงศาวดาร ภาคที่ 7 กล่าวว่า ใน พ.ศ. 2321 สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี โปรดให้สมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึกยกทัพไปปราบพระยานางรองซึ่งคบคิดกับเจ้าโอ เจ้าอินแห่งจำปาศักดิ์ ขณะเดินทัพพบเมืองร้างอยู่ที่ลุ่มน้ำห้วยจระเข้มาก มีชัยภูมิดีแต่ไข้ป่าชุกชุม ชาวเขมรป่าดงไม่กล้าเข้ามาอยู่อาศัย แต่ตั้งบ้านเรือนอยู่โดยรอบ จึงรวบรวมผู้คนตั้งเป็นเมืองแปะ และให้บุตรเจ้าเมืองพุทไธสมันซึ่งติดตามมาด้วยเป็นเจ้าเมือง ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นพระยานครภักดี ต่อมาจึงเปลี่ยนชื่อเป็น เมืองบุรีรัมย์

ไลฟ์ลี มาร์เก็ต

คอมมิวนิตี้มอลล์แห่งใหม่ของชาวบุรีรัมย์ “Lively Market ”  เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนเมือง แต่ยังแฝงความเป็นตัวของคนต่างจังหวัด รอบๆ ตลาดประดับไปด้วยตู้คอนเทนเนอร์ นับเป็นสิ่งที่ที่แปลกตาไปอีกแบบที่ยังไม่เคยมีมาก่อน นอกจากนั้นเรายังเพิ่มความร่มรื่นด้วยการปลูกต้นไม้รอบ ๆ โครงการเพื่อความร่มรื่นอีกด้วย Lively Market เต็มไปด้วยร้านอาหาร โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน ที่นี่เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจชั้นดี เพราะรวบรวมไปด้วยร้านขายเบียร์ เครื่องดื่ม และดนตรีสด

วัดเขาอังคาร

ภายในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังและเรื่องราวพุทธชาดกเป็นภาษาอังกฤษด้วย บริเวณวัดเป็นปากปล่องภูเขาไฟคาดว่าเคยเป็นที่ตั้งของโบราณสถานสมัยทวารวดี เพราะเสมาหินแกะสลักสมัยดังกล่าวหลงเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก ภายในวัดมีโบสถ์ 3 ยอด ที่รายล้อม ด้วยพระพุทธรูป 109 องค์ โบราณวัตถุเก่าแก่ มีใบเสมาพันปี และพระไสยาสน์กลางแจ้ง และโบราณวัตถุเก่าแก่มากมายในบริเวณวัด ภายในโบสถ์ มีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องราวพุทธชาดกเขียนคำบรรยายเป็นภาษาอังกฤษด้วย

ปราสาทเมืองต่ำ

ปราสาทเมืองต่ำมีลักษณะของศิลปะขอมแบบบาปวน และลักษณะของศิลปะขอมแบบคลังปะปนอยู่ด้วย ภาพสลักส่วนใหญ่เป็นภาพเทพในศาสนาฮินดู สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 15-17 เพื่อใช้เป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู ความโดดเด่นของปราสาทแห่งนี้ คือรูปปั้นพญานาคห้าเศียร ศีรษะเกลี้ยง ไม่มีเครื่องประดับเหมือนพญานาคแห่งอื่นในกลุ่มปราสาทขอม และสระน้ำหักมุมประจำอยู่ทั้งสี่มุมในบริเวณปราสาท

ปราสาทบ้านบุ

ปราสาทบ้านบุ ลักษณะของตัวปราสาท มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมของสิ่งก่อสร้างที่เรียกกันว่า ธรรมศาลา หรือเป็นที่พักสำหรับคนเดินทาง (นักแสวงบุญ) ซึ่งจารึกปราสาทพระ ขรรค์ประเทศกัมพูชา กล่าวว่า พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โปรดฯ ให้สร้างธรรมศาลาขึ้นจำนวน 17 แห่ง ตามระยะทางจากเมืองยโสธรปุระ ราชธานีของขอมโบราณไปยังเมืองพิมาย

พระพุทธประโคนชัย มหามิ่งมงคล

พระพุทธรูปศิลาทรายนาคปรก (ใหญ่ที่สุดในโลก) สร้างเป็นพุทธบูชาเฉลิมฉลองเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนม์มายุครบ ๘๔ พรรษา พ.ศ.๒๕๕๔

อุทยานดอกไม้ เพ ลา เพลิน

แหล่งเรียนรู้เรื่อง พรรณไม้หลากหลายสายพันธุ์ในทุกพื้นที่ี เช่น ดอกไม้ตามฤดูกาล อาทิ ดอกกระเจียว ดอกกุหลาบ ดอกไฮเดรนเยียร์ พรรณไม้ดึกดำบรรพ์ พรรณไม้เขตร้อนและพรรณไม้เมืองหนาว มีโรงเรือนพรรณไม้ทั้งหมด 6 โรงเรือน โดยแต่ละโรงเรือนมีทางเดินเชื่อมต่อถึงกัน และตกแต่งตามธีมต่างๆ ดูตื่นตาตื่นใจราวกับเข้าไปสู่โลกแฟนตาซี

หาดปราสาททอง

ตั้งอยู่ ณ บริเวณอ่างเก็บน้ำทุ่งกระเต็น ตั้งอยู่หน้าองค์การบริหารส่วนตำบลเย้ยปราสาท ระยะห่างระหว่างขอบสระถึงเกาะกลาง 250 เมตร เนื้อที่  2450 ไร่ หาด ปราสาททอง ยังเหมาะแก่การปั่นจักรยานรอบ ๆ อ่างเก็บน้ำ โดยรวมของระยะทางทั้งหมด เกือบ 10 กิโลเมตร  ที่พิเศษกว่านั้น ยังเป็นสถานที่ฝึกซ้อมกีฬาทางน้ำ เช่นเจ็ทสกี ระยะทางฝึกซ้อมและการแข่งขัน 9.3 กิโลเมตร

พุทธมณฑลสถาน วัดบ้านตาเสา

พุทธมณฑลสถาน วัดบ้านตาสานั้น คือองค์พระพุทธรูป ความสูงขององค์พระ สูงประมาณ 14 เมตร 29 เซ็นติเมตร ได้นามว่า สมเด็จพระพุทธ สมณโคดม บรมศาสดาเป้าหมายในการจัดสร้างองค์พระแห่งนี้ เพื่อให้ประชาชนชาวอีสานที่ไม่สามารถเดินทางไปกราบไว้องค์จริงได้ที่ พุทธมณฑล สามารถกราบไหว้ที่นี่แทน และที่สำคัญเป็นแห่งเดียวแห่งแรกในภาคอีสาน ที่ได้จัดสร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่เพื่อให้ชาวพุทธผู้มีจิตศรัทธา ได้ กราบไหว้ของพร เพื่อเป็นศิริมงคล

แหล่งเตาเผาโบราณ

เตาเผาโบราณมีความสำคัญต่อการศึกษาอารยะธรรมโบราณ แสดงถึงวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของคนยุคประวัติศาสตร์
เตาเผาบ้านกรวด เป็นโบราณสถานสำคัญที่แสดงถึงเครื่องถ้วยวัฒนธรรมขอม ชาม กระปุก โถ รูปทรงของเตาเผาสร้างขึ้นด้วยดินเหนียวบนเนินดินธรรมชาติตามภูมิปัญญาชาวบ้าน

 

เป็นเขื่อนที่รัฐบาลญี่ปุ่นให้ทุนสร้างเพื่อแผ่นดินอีสานตอนใต้ เป็นแอ่งน้ำในหุบเขาที่น่าชมอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งสามารถชมความงามของประตูเปิดปิดน้ำ ปล่อยน้ำลงลำนางรองรับส่งต่อสู่แผ่นดินเพื่อการเกษตรกรรม บริเวณนี้จะพบหินทรายก้อนใหญ่ สันนิษฐานว่าจะถูกนำไปสร้างปราสาทในเขตอีสานใต้ ในบริเวณนี้ยังมีสวนป่าห้วยเมฆาและสวนป่ายูคาลิปตัสด้วย

แหล่งหินตัด

เป็นลานหินกว้างเกือบ 2,000 ไร่ ใกล้ชายแดนติดกับราชอาณาจักรกัมพูชา มีร่องรอยการตัดหิน เพื่อนำไปสร้างปราสาทหินต่างๆ ในเขตอีสานใต้ รวมทั้งปราสาทพรมรุ้ง และปราสาทเมืองต่ำ

เขื่อนลำนางรอง

เขื่อนลำนางรอง อยู่ห่างจากอนุสาวรีย์เราสู้ไป 200 เมตร เป็นพื้นที่โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงตามพระราชดำริเขื่อนลำนางรอง เขื่อนลำนางรองเป็นเขื่อนดิน มีถนนลาดยางบนสันเขื่อนสำหรับชมทัศนียภาพ และมีร้านอาหารที่ตั้งอยู่ริมอ่างเก็บน้ำ นอกจากเขื่อนนี้จะเก็บน้ำไว้ใช้ในด้านการเกษตรแล้ว ยังได้รับการปรับปรุงเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ มีบ้านพักรับรอง ห้องประชุม และค่ายพักแรม ติดต่อสำนักงานโครงการส่งน้ำและ บำรุงรักษาลำนางรองซึ่งอยู่ก่อนถึงสันเขื่อนยังมีโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูป (ดอยคำ) ผลิตผักผลไม้กระป๋องอาทิ ข้าวโพดอ่อน หน่อไม้ และน้ำมะเขือเทศ

ศูนย์หัตถกรรมทอผ้าไหมนาโพธิ์

ศูนย์หัตถกรรมผ้าไหมนาโพธิ์แห่งนี้ มีโรงทอผ้าไหม ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในด้านการพัฒนาฝีมือให้ได้มาตรฐานทั้งรูปแบบ วิธีผลิต และลวดลาย รวมทั้งการให้สี ซึ่งส่วนใหญ่ใช้สีจาก ธรรมชาติ นอกจากนี้ ด้านหน้าศูนย์ยังมีร้านจำหน่ายผ้าไหม ผ้ามัดหมี่ คุณภาพดีอีกด้วย

ปรางค์กู่สวนแตง

กู่สวนแตงเป็นโบราณสถานแบบขอมอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยปรางค์อิฐ 3 องค์ ตั้งเรียงในแนวเหนือ-ใต้ บนฐานศิลาแลงเดียวกัน อาคารทั้งหมดหันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีประตูหน้าเพียงประตูเดียว อีก 3 ด้านสลักเป็นประตูหลอก ปรางค์องค์กลางมีขนาดใหญ่และมีสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ด้านหน้าที่มุขยื่นออกมาเล็กน้อย ตรงหน้าบันเหนือประตูหลอกทั้ง 3 ด้าน มีลักษณะยื่นออกมาและมีแผ่นศิลาทรายรองรับ ส่วนปรางค์อีก 2 องค์ มีขนาดเล็กกว่า ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีประตูเดียวทางด้านหน้าเช่นกัน ส่วนผนังอีก 3 ด้าน ก่อเรียบทึบสำหรับบนพื้นหน้าปรางค์มีส่วนประกอบสถาปัตยกรรมหินทรายอื่นๆ ตกหล่นอยู่ เช่น ฐานบัวยอดปรางค์ กลีบขนุนรูปนาค 6 เศียร อายุของกู่สวนแตงสามารถกำหนดได้จากทับหลังของปรางค์

กู่ฤาษี

กู่ฤาษีเป็นศิลาแลงวางเรียงซ้อนกัน และวงเป็นกำแพงล้อมตัวกู่ ภายในมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ และรูปปั้นฤาษี ประดิษฐานอยู่ ภายในบริเวณบริเวณศิลาแลงด้านในมีต้นจำปีปลูกล้อมรอบ 7 ต้น ด้วยกัน และบริเวณรอบนอกศิลาแลงด้านทิศเหนือ มีสระน้ำอยู่ขนาดเล็กด้านข้าง ด้านชาวบ้านในบริเวณนั้น บอกว่าได้สร้างมานานแล้วแต่ โดยเมื่อก่อนมีพระภิกษุมาจำวัดที่นี่ แต่ปัจจุบันไม่มีแล้ว โดยสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์และนับถือของชาวบ้านในระแวกนี้

พระเจ้าใหญ่วัดหงส์

พระเจ้าใหญ่เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ปางสมาธิขนาดหน้าตัก 1.6 เมตร สูง 2 เมตร สร้างด้วยศิลาแลง มี ลักษณะของศิลปะพื้นเมือง ประดิษฐานอยู่ที่วัดหงษ์ หรือวัดศีรษะแรด เป็นที่เคารพ สักการะของประชาชน จำนวนมาก นอกจากนี้ ยังพบพระพิมพ์รูปใบขนุน “รวมปาง” สำริด และพระพุทธรูปแกะสลักจากนอแรดที่ ใต้ฐาน พระเจ้าใหญ่ด้วย ในวันขึ้น 14 ค่ำ หรือวันแรม 1 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี จะจัดงานเฉลิมฉลองขึ้น โดยมีชาวอำเภอพุทไธสง และจังหวัดต่างๆ ไปนมัสการ กราบไหว้เป็นจำนวนมาก

อ่างเก็บน้ำลำปะเทีย

อ่างเก็บน้ำลำปะเทีย เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลางมีทิวทัศน์ที่สวยงาม ประชาชนสนใจไปพักผ่อนเป็นจำนวนมากตลอดทั้งปี

วัดระหาน (เกาะแก้วธุดงคสถาน)

วัดระหาน หรือวัดเกาะแก้วธุดงคสถาน ภายในวัดประดิษฐานพระมหาธาตุรัตนเจดีย์ เพื่อเป็นปูชนียสถานระลึกถึงองค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า ลักษณะขององค์พระมหาเจดีย์ เป็นศิลปะประยุกต์ร่วมสมัย ความสูง ๖๐ เมตร มี ๔ ชั้น ภายในวัดเกาะแก้วธุดงคสถาน เป็นสถานที่สงบร่มรื่น และมีนกยูงอาศัยอยู่จำนวนมาก เหมาะสำหรับพุทธศาสนิกชนที่ต้องการไปกราบไหว้บูชาพระบรมสารีริกธาตุ ทำบุญและปฏิบัติธรรม

บ้านสวนฟรุ๊ต แอนด์ การ์เด้น

บ้านสวนฟรุ๊ต แอนด์ การ์เด้น เป็นแหล่งเรียนรู้ เกษตรประณีต เกษตรอินทรีย์ แบบพอเพียง ตามคำพ่อสอน ทั้งปลูกพืชผัก ไม้ยืนต้น และไม้ผลแบบผสมผสานกว่า 20 ชนิด บนเนื้อที่ 70 ไร่ เจาะบ่อบาดาลติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ดึงน้ำใต้ดินขึ้นมาหล่อเลี้ยง และเนรมิตธารน้ำตกจำลอง หวังเป็นจุดเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้ประชาชนและเยาวชนเข้าชมฟรี

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน หนองบัวโคก

รูปแบบ ภายในบริเวณมาอาคารรวมรวมสิ่งของเครื่องใช้ของชาวอีสานหลายหลัง ร่มรื่นสวยงามด้วยพรรณไม้นานาชนิด   และมีสินค้าที่ระลึก เครื่องใช้จากดินเผาหลายหลายรูปแบบให้เลือกชมเลือกซื้อ

↑ Back To Top ↑